ระดับอุณหภูมิของห้องคอมพิวเตอร์หรือห้องอุปกรณ์ควบคุมสำคัญอย่างไร ทำไมต้องเฝ้าระวัง

Posted: มกราคม 24, 2012 in บทความจากผู้จำหน่ายสินค้า
Temperature
Temperature is the main environmental threat to computer hardware. The generally accepted, ideal temperature is between 68 and 74 degrees Fahrenheit (20 to 24 degrees celsius)
Excessive heat degrades network performance and causes downtime. As the temperature increases, a heat sinks fan works harder to cool the central processing unit (CPU). Continuous overworking causes the fan to fail, leading to a machine overheating. A machine shuts down when it reaches an unsafe temperature in order to prevent permanent damage. An administrator must then be located, day or night, go to the machine, and reboot it after it has cooled. Consequently, services hosted by a down machine are unavailable until it is restarted, which can take minutes or hours. If the server hosts critical services (e.g., e-commerce, user validation, email) that are not distributed to backup servers, revenues can be lost, users cannot login, and communications are interrupted. If the shut down is not done properly, data can be lost.
Excessive heat and rapid temperature changes also damage equipment. Rapid temperature increases can increase humidity, while rapid drops can cause water in humid air to condense on equipment. Together, heat and moisture accelerate the break down of materials used in microchips, motherboards, and hard drives, which is called premature aging. In worst cases, a machine won’t shut down when the temperature exceeds safe levels, and circuits are damaged. Ultimately, heat-damaged equipment must be replaced, increasing the cost of network maintenance.
Controlling temperature is becoming more important and more difficult because of changes in equipment design and greater use of network services. New equipment runs hotter because it runs faster and does more work. Also, more circuits are placed closer and closer together, trapping heat in a smaller space. Smaller equipment also means that more equipment can be placed in the same space, usually packed tighter together. The increase in density of equipment causes a rise in the amount of heat dissipating in a rack cabinet. Increased network usage also increases heat, so as usage levels change during the day, so does the temperature and the need for cooling. For networks that operate near capacity 24 hours a day, every day of the year, there is little, if any, time for machines to cool down.
อุณหภูมิ
อุณหภูมิเป็นภัยคุกคามที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดสำหรับ อุปกรณ์ฮาดแวร์คอมพิวเตอร์ ระดับอุณหภูมิที่เป็นมาตรฐานจะต้องอยู่ระหว่า 68-74 องศาฟาเรนไฮท์ หรือ 20-24 องศาเซลเซียส
ความร้อนที่มากเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ลดลง และเป็นสาเหตุของการหยุดทำงานของอุปกรณ์ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นพัดลมระบายความร้อนจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนให้กับชิพประมวลผล (CPU) การทำงานเกินกำลังอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุให้การทำงานของพัดลมล้มเหลว นำไปสู่อุณหภูมิที่สูงเกินของอุปกรณ์ อุปกรณ์จะหยุดทำงานด้วยการปิดระบบตัวเองเมื่ออุณหภูมิสูงถึงจุดที่อันตรายเพื่อป้องกันตัวเองจากความเสียหายยอย่างสิ้นเชิง ผู้บริหารระบบจะต้องอยู่ประจำทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่จะไปดำเนินการเปิดอุปกรณ์ใหม่หลังจากอุณหภูมิกลับมาสู่สถาวะปกติ ด้วยเหตุดังนั้น ระบบงานบริการที่อยู่ในอุปกรณ์ที่หยุดทำงานนั้นก็จะไม่สามารถให้บริการจนกว่าอุปกรณ์จะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งซึ่งอาจจะหยุดให้บริการเป็นเวลาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมง ถ้าอุปกรณ์ Server นั้นใช้เพื่อบริการระบบงานที่สำคัญ เช่น e-Commerce หรือระบบจดหมายอิเลคโทรนิค และไม่มีระบบสำรอง  รายได้แลพผลประกอบการณ์ของธุรกิจอาจจะถูกกระทบ และถ้าการปิดอุปกรณ์อย่างฉุกเฉินนั้นกระทำไม่เรียบร้อยสมบูรณ์เพียงพอ อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลสำคัญสูญหายได้
ความร้อนที่มากเกินไปและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วยังจะทำให้อุปกรณ์เสียหายได้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ความชื้นห้องเพิ่มขึ้น ในขณะที่อุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดหยดน้ำจากการกลั่นตัวของไอน้ำในอากาศ ความร้อนเมื่อร่วมกับความชื้นจะเป็นตัวเร่งให้เกิดความเสียหายในชิ้นส่วนของ ไมโครชิพ เมนบอร์ด และ ฮาร์ดดิสก์ ก่อนระยะเวลาอันควร ในกรณีที่ร้ายแรงกว่าที่อาจจะเกิดขึ้นคือ อุปกรณ์อาจจะไม่ปิดตัวเองเมื่ออุณหภูมิสูงเกินค่าที่อันตรายก่อให้เกิดวงจรเกิดความเสียหายในวงจร ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายมากขึ้นในการบำรุงรักษาอุปกรณ์

การควบคุมอุณหภูมิจึงเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นๆและยากยิ่งขึ้นจากการออกแบบอุปกรณ์สมัยใหม่และการใช้บริการเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นๆ อุปกรณ์สมัยใหม่จะมีความร้อนที่สูงกว่าเนื่องมาจากการออกแบบให้ทำงานเร็วขึ้นและทำงานได้มากขึ้น วงจรอิเลคโทรนิคถูกจัดให้อยู่ใกล้กันมากขึ้นจากการที่จะประหยัดพื้นที่และออกแบบอุปกรณ์ให้เล็กลง อุปกรณ์ถูกบีบให้อยู่ใกล้กันมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นของอุปกรณ์นี้จะก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของความร้อนที่จะต้องระบายออกใน Rack  การใช้งานเครือข่ายเพิ่มขึ้นในระหว่างวันทำงาน ก็ยิ่งทำให้ความร้อนและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นความต้องการระบายความร้อนก็เพิ่มขึ้น

ยิ่งสำหรับเครือข่ายที่จะต้องให้บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทุกวันแล้ว จะต้องควบคุมอุณหภูมิของอุปกรณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา การเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ระบบเฝ้าระวังที่มีความสามารถแจ้งเตือนได้อย่างอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งจำเป็น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s