คุณรู้ไหมว่า ….คุณภาพภูมิอากาศในสำนักงานกับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเกี่ยวข้องกันอย่างไร คุณเคยคิดไหมว่า ประสิทฺธิภาพที่ดีกว่า และความคิดสร้างสรรในทีมงานของคุณ สามารถสร้างได้ด้วยสิ่งอื่นนอกเหนือจากการให้เงินเดือนสูงๆเพียงอย่างเดียว ลองดูซิ…ว่าการเฝ้าระวังสภาวะแวดล้อมในสำนักงานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้เกิดผลงานที่ดีกว่าได้อย่างไร  .

อุณหภูมิ และความชื้น มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร??

office

ความชื้น

อากาศที่แห้ง (The dry air) เป็นสาเหตุของความรู้สึกไม่สดชื่น คันผิวหนัง ตาแดง และเหนื่อยง่าย อากาศที่มีความชื้นสูงมากไปทำให้การหายใจลำบากขึ้น เกิดมีการพัฒนาการของเชื้อราน้ำค้าง(mildew) ภายในห้องซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ ทั้งอากาศที่แห้งเกิด และอากาศที่มีความชื้นมากเกินล้วนทำให้พนังงานรู้สึกไม่ดี และอาจจะไม่สามารถให้ความใส่ใจและมีสมาธิในการทำงาน อาจจะแย่ไปกว่านั้น การเกิดภูมิแพ้ที่ร้ายแรงอาจจะเหตุทำให้เกิดการเจ็บป่วย ลางานหรือขาดงานบ่อยขึ้น

ระดับความชื้นสัมพัทธ์ ที่เหมาะสมและแนะนำคือควรอยู่ในระดับระหว่าง 40% – 60%

อุณหภูมิ

ในขณะที่อุณหภูมิต่ำๆ คนจะรู้สึกไม่สะดวกสะบาย และจะใช้พลังงานไปในการทำให้ร่างกายอบอุ่น มีความเสี่ยงในการป่วยเป็นหวัด ไม่สบายและเกิดการลางานของพนักงานมากขึ้น และในสำนังงานที่มีอุณหภูมิที่สูงเกินไป พนักงานจะใช้พลังงานมากขึ้นในการทำให้จิตใจสงบ กริยาและความคิดจะเชื่องช้าลง เกิดอาการง่วงนอนและ ขี้เกียจ

ระดันอุณหภูมิที่เหมาะสมและแนะนำคือควรอยู่ในระดับระหว่าง 20–22°С ในฤดูหนาว และ22-24°С ในฤดูร้อน

อากาศบริสุทธ์

การระบายอากาศที่ดี ราวไปถึงระดับความชื้นและระดับอุณหภูมิที่ดี จะสร้างภูมิกาศที่ยอดเยี่ยมในสำนักงาน พนักงานจะรู้สึกดี ไม่ปวดหัว ไม่เกิดการล้าและเหนื่อยง่าย

การเฝ้าระวังสภาวะแวดล้อมในสำนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคคล ด้วย” ระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอัตฺโนมัติ” ที่ทำการเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลาสำหรับตัวชี้วัด เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และมลภาวะ จะทำให้แน่ใจว่าพนักงานได้ทำงานอยู่ในสภาวะแวดล้อมการทำงานที่ดีที่สุด

แน่นอนที่สุด ในการที่จะปรับปรุงให้เกิดสภาวะแวดล้อมในสำนักงานให้ยอดเยี่ยมดังกล่าว นอกจากสำนักงานจะต้องมีระบบทำความเย็นและระบบระบายอากาศที่ดีแล้ว การที่มีแสงอย่างพอเพียงและมีต้นไม้ในสำนักงานบ้างอย่างพอเพียง ก็จะเป็นการเพิ่มความสดชื่น ลดความเครียด และเพิ่มอากาศบริสุทธฺ์และความชื้นที่เหมาะสม

ระบบเฝ้าระวังฯ Room Alert เป็นผลิตภัฑณ์มาตรฐาน ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ติดตั้งง่ายและราคาย่อมเยาว์ มีรุ่นและขนาดต่างๆที่เหมาะสมกับขนาดของห้องคอมพิวเตอร์หรือห้องสำคัญของท่าน สามารถที่จะขยายขีดความสามารถได้โดยง่าย จึงเป็นผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ของท่านในการเฝ้าระวังความเสียหายต่อทรัพย์สินและอุปกรณ์ราคาแพงในทุกๆความต้องการและในทุกๆงบประมาณ
ระบบเฝ้าระวังฯ Room Alert เป็นอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานในการเชื่อมต่อกับเครือข่าย (Network/ Internet) และสนับสนุนมาตรฐานการบริหารจัดการเครือข่ายแบบ Simple Network Management Protocal (SNMP) ที่มี Web Interface สามารถบริหารจัดการการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนผ่านทาง Web Browser ได้ อุปกรณ์สามารถถูกบริหารจัดการได้จาก Centralized Monitoring Management Software : Device Manager Software ( Windows Service) ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการทำงานเฝ้าระวังและแจ้งเตือนและคุณสมบัติในการบริหารจัดการผ่านเครือข่ายฯ และสาขาขององค์กรได้ ทำให้ท่านมีความสามารถเฝ้าระวังและะแจ้งเตือนอย่างอัตโนมัติสำนักงานสาขาต่างๆ ได้ในลักษณะ Network Wide การแจ้งเตือนสามารถจัดการได้อย่างหลากหลายและยืดหยุ่น ทำให้การแจ้งเตือนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตรงความต้องการ ยิ่งไปกว่านั้นระบบสามารถกำหนดการดำเนินการอย่างอัตฺโนมัติเช่น การความคุมการปิด-เปิดอุปกรณื ตลอดจนการสั่ง Reboot/Logoff/Shutdown/Script Command อุปกรณ์ Servers อย่างอัตฺโนมัติได้ในกรณีที่จำเป็นทั้ง Windows/UNIX/LInux นอกจากนี้ระบบยังสามารถเก็บข้อมูลประวัติของการข้อมูลตรวจวัดและเก็บประวัติการแจ้งเตือน การแสดงผลที่เข้าใจง่ายในลักษณะ GUI อีกด้วย
การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอัตโนมัติด้วย Room Alert นี้ยังมีบริการการเฝ้าระวังผ่านทางระบบ Cloud Service จาก Internet ผ่านทาง WWW.GoToMyDevices.com ที่ท่านสามารถจะบริหารจัดการการเฝ้าระวังฯ ได้จากทุกที่ทุกเวลา ( AnyWhere AnyTime) ซึ่งท่านสามารถจะกำหนดการเฝ้าระวัง (Monitor) กำหนดการแจ้งเตือน (Alerts) เก็บประวัติ (Logs) แสดงผลเป็นกราฟ (Graph) และทำรายงาน (Report) ผ่านทาง Cloud Service ได้จากทุกที่ทุกเวลา
Room Alert ใช้ได้ดีกับทุกๆองค์กร ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ไม่เฉพาะใช้กับห้องคอมพิวเตอร์หรือดาต้าเซ็นเตอร์ เท่านั้น ยังสามารถใช้ได้กับสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น ห้องอุปกรณ์อิเลคโทรนิกส์ทั่วไป ห้องเย็น ห้องเก็บสินค้า อาหาร ยารักษาโรค ห้องปฏิบัติการ ห้องเก็บผลิตภัณฑ์ และอื่นๆอีกมาก

Temperature
Temperature is the main environmental threat to computer hardware. The generally accepted, ideal temperature is between 68 and 74 degrees Fahrenheit (20 to 24 degrees celsius)
Excessive heat degrades network performance and causes downtime. As the temperature increases, a heat sinks fan works harder to cool the central processing unit (CPU). Continuous overworking causes the fan to fail, leading to a machine overheating. A machine shuts down when it reaches an unsafe temperature in order to prevent permanent damage. An administrator must then be located, day or night, go to the machine, and reboot it after it has cooled. Consequently, services hosted by a down machine are unavailable until it is restarted, which can take minutes or hours. If the server hosts critical services (e.g., e-commerce, user validation, email) that are not distributed to backup servers, revenues can be lost, users cannot login, and communications are interrupted. If the shut down is not done properly, data can be lost.
Excessive heat and rapid temperature changes also damage equipment. Rapid temperature increases can increase humidity, while rapid drops can cause water in humid air to condense on equipment. Together, heat and moisture accelerate the break down of materials used in microchips, motherboards, and hard drives, which is called premature aging. In worst cases, a machine won’t shut down when the temperature exceeds safe levels, and circuits are damaged. Ultimately, heat-damaged equipment must be replaced, increasing the cost of network maintenance.
Controlling temperature is becoming more important and more difficult because of changes in equipment design and greater use of network services. New equipment runs hotter because it runs faster and does more work. Also, more circuits are placed closer and closer together, trapping heat in a smaller space. Smaller equipment also means that more equipment can be placed in the same space, usually packed tighter together. The increase in density of equipment causes a rise in the amount of heat dissipating in a rack cabinet. Increased network usage also increases heat, so as usage levels change during the day, so does the temperature and the need for cooling. For networks that operate near capacity 24 hours a day, every day of the year, there is little, if any, time for machines to cool down.
อุณหภูมิ
อุณหภูมิเป็นภัยคุกคามที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดสำหรับ อุปกรณ์ฮาดแวร์คอมพิวเตอร์ ระดับอุณหภูมิที่เป็นมาตรฐานจะต้องอยู่ระหว่า 68-74 องศาฟาเรนไฮท์ หรือ 20-24 องศาเซลเซียส
ความร้อนที่มากเกินไปทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ลดลง และเป็นสาเหตุของการหยุดทำงานของอุปกรณ์ เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นพัดลมระบายความร้อนจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนให้กับชิพประมวลผล (CPU) การทำงานเกินกำลังอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุให้การทำงานของพัดลมล้มเหลว นำไปสู่อุณหภูมิที่สูงเกินของอุปกรณ์ อุปกรณ์จะหยุดทำงานด้วยการปิดระบบตัวเองเมื่ออุณหภูมิสูงถึงจุดที่อันตรายเพื่อป้องกันตัวเองจากความเสียหายยอย่างสิ้นเชิง ผู้บริหารระบบจะต้องอยู่ประจำทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่จะไปดำเนินการเปิดอุปกรณ์ใหม่หลังจากอุณหภูมิกลับมาสู่สถาวะปกติ ด้วยเหตุดังนั้น ระบบงานบริการที่อยู่ในอุปกรณ์ที่หยุดทำงานนั้นก็จะไม่สามารถให้บริการจนกว่าอุปกรณ์จะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งซึ่งอาจจะหยุดให้บริการเป็นเวลาหลายนาทีหรือหลายชั่วโมง ถ้าอุปกรณ์ Server นั้นใช้เพื่อบริการระบบงานที่สำคัญ เช่น e-Commerce หรือระบบจดหมายอิเลคโทรนิค และไม่มีระบบสำรอง  รายได้แลพผลประกอบการณ์ของธุรกิจอาจจะถูกกระทบ และถ้าการปิดอุปกรณ์อย่างฉุกเฉินนั้นกระทำไม่เรียบร้อยสมบูรณ์เพียงพอ อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลสำคัญสูญหายได้
ความร้อนที่มากเกินไปและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วยังจะทำให้อุปกรณ์เสียหายได้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ความชื้นห้องเพิ่มขึ้น ในขณะที่อุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดหยดน้ำจากการกลั่นตัวของไอน้ำในอากาศ ความร้อนเมื่อร่วมกับความชื้นจะเป็นตัวเร่งให้เกิดความเสียหายในชิ้นส่วนของ ไมโครชิพ เมนบอร์ด และ ฮาร์ดดิสก์ ก่อนระยะเวลาอันควร ในกรณีที่ร้ายแรงกว่าที่อาจจะเกิดขึ้นคือ อุปกรณ์อาจจะไม่ปิดตัวเองเมื่ออุณหภูมิสูงเกินค่าที่อันตรายก่อให้เกิดวงจรเกิดความเสียหายในวงจร ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายมากขึ้นในการบำรุงรักษาอุปกรณ์

การควบคุมอุณหภูมิจึงเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นๆและยากยิ่งขึ้นจากการออกแบบอุปกรณ์สมัยใหม่และการใช้บริการเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นๆ อุปกรณ์สมัยใหม่จะมีความร้อนที่สูงกว่าเนื่องมาจากการออกแบบให้ทำงานเร็วขึ้นและทำงานได้มากขึ้น วงจรอิเลคโทรนิคถูกจัดให้อยู่ใกล้กันมากขึ้นจากการที่จะประหยัดพื้นที่และออกแบบอุปกรณ์ให้เล็กลง อุปกรณ์ถูกบีบให้อยู่ใกล้กันมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นของอุปกรณ์นี้จะก่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของความร้อนที่จะต้องระบายออกใน Rack  การใช้งานเครือข่ายเพิ่มขึ้นในระหว่างวันทำงาน ก็ยิ่งทำให้ความร้อนและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นความต้องการระบายความร้อนก็เพิ่มขึ้น

ยิ่งสำหรับเครือข่ายที่จะต้องให้บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ทุกวันแล้ว จะต้องควบคุมอุณหภูมิของอุปกรณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดเวลา การเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ระบบเฝ้าระวังที่มีความสามารถแจ้งเตือนได้อย่างอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งจำเป็น

The most common environmental threats to server rooms are temperature, humidity, water leaks, human error, intrusion, vibration, and power outage. Many of these threats, such as temperature and humidity, are related, which complicates environment monitoring and heightens the need for an automated, sophisticated system.

ปัญหาสภาวะแวดล้อมหลักๆส่วนใหญ่ที่เป็นสาเหตุของปัญหาของห้องคอมพิวเตอร์ หรือห้องดาต้าเซ็นเตอร์ คือ อุณหภูมิ ความชื้น น้ำรั่วซึม ความผืดพลาดเผอเรอ การบุกรุกโดยผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ความสั่นสะเทือนและระบบจ่ายไฟ  หลายปัญหา เช่น อุณหภูมิ ความชื้น จะเป็นสิ่งสำคัญที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆที่ยุ่งยากมากขึ้นตามมา ในระยะเวลาอันสั้น การป้องกันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ระบบที่เป็นแบบอัตโนมัติ และมีคุณภาพชั้นดีเยี่ยม

In the past, environmental parameters of your business control facility have often been checked manually. Now, by installing monitoring systems which connect direct to your IT network, temperature and humidity in specialist environments can be logged and monitored reliably and continuously, 24/7. Not only that, but should temperature rise or flooding occur, you know that you or your team will be alerted by email or SMS to the problem, no matter where you are.
ในอดีต สภาวะแวดล้อมที่เป็นตัวแปรและมีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินและธุรกิจของคุณมักจะใช้คนในการตรวจสอบและเฝ้าระมัดระวัง ปัจจุบันด้วยการติดตั้ง“ระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอัตโนมัติ ” ซึ่งต่อเชื่อมเข้ากับเครือข่ายคอมพิวเตอร์และ internet  สภาวะแวดล้อมสำคัญๆ เช่น อุณหภูมิ และ ความชื้น ในสถานที่สำคัญๆ เช่น ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเก็บยา คลังเลือดในโรงพยาบาล จะสามารถตรวจวัดและบันทึกผลที่เชื่อถือได้อย่างตลอดเวลา ทุกชั่วโมงทุกวัน ไม่เพียงแต่เท่านั้น เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือเกิดการรั่วซึมของน้ำ น้ำท่วม การเกิดควันไฟ ท่านหรือพนักงานของท่านจะได้รับการแจ้งเตือนถึงอันตรายที่เกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติทันทีทันใดด้วย email หรือ SMS  หรือ แสงและเสียงเตือน ไม่ว่าคุณหรือพนักงานของคุณจะอยู่ณ.ที่ใด ไม่ว่าในเวลาใด การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมสามารถจะดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

สวัสดีครับ

บริษัท มอนิเตอริ่งเทคโนโลยีขอแนะนำ Monitoring Technology Blog ครับ

Blog “Monitoring Technology Today” เป็นที่รวบรวมบท ความที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีปัจจุบันของระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอัตโนมัติ ซึ่งจะรวมไปถึงข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้องและผู้จัดจำหน่ายและให้บริการใน ประเทศไทย ผู้เขียนมีความต้องการให้ Blog นี้เป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน ด้วยการเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องถึงความ ต้องการใช้งาน ประสบการณ์และข้อแนะนำการใช้งาน

ขอบคุณครับ

Blog Editor.

Monitoring Technology Blog


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.